Rapid Assessment Round 3: COVID-19 Related Vulnerabilities and Perceptions of Non-Thai Populations in Thailand (Thai version)

Year of Publication: 
2020

การประเมินสถานการณ์แบบเร่งด่วน ครั้งที่ 3: สภาวะความเปราะบางและความเข้าใจต่อสถานการณ์โรคโควิด-19 ของกลุ่มประชากรที่ไม่มีสัญชาติไทยในประเทศไทย

IOM ได้ทำการประเมินสถานการณ์แบบเร่งด่วนในครั้งที่ 3 เกี่ยวกับสภาวะความเปราะบางและความเข้าใจต่อสถานการณ์โรคโควิด-19 ของกลุ่มประชากรที่ไม่มีสัญชาติไทยในประเทศไทยโดยเจ้าหน้าที่ไอโอเอ็มได้ทำการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลหลักจำนวน 75 คน  ตั้งแต่วันที่ 2 – 12 ตุลาคม 2563

ข้อค้นพบหลัก

  • อุปสรรคหลักในการรักษาสุขาภิบาลและสุขอนามัยเพื่อการป้องกันโรค COVID-19 ยังคงเป็นในเรื่องของการที่ไม่สามารถซื้ออุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล และ การขาดความรู้ในเรื่องของสุขอนามัยและสุขาภิบาล อย่างไรก็ตามข้อมููลที่่ได้พบว่า  การเข้าถึง หน้ากาก (หน้ากากผ้า/ หน้ากากอนามัย) สำหรับงกลุ่มประชากรที่่ไม่มีสัญชาติไทยเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยมีเพียงร้อยละ 15 ของผู้ให้ข้อมูลหลักรายงานว่ากลุ่มประชากรที่ไม่มีสัญชาติไทยไม่สามารถเข้าถึงหน้ากากได้ในชีวิตประจำวัน
  • ข้อท้าทายหลักสำหรับกลุ่มประชากรที่ไม่มีสัญชาติไทยตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังคงเป็นในเรื่องของ รายได้ไม่เพียงพอ การว่างงาน หรือ การตกงาน และค่าแรงลดลง ความกังวลในเรื่องของผลกระทบจากโรคโควิด-19ต่อการบริโภคอาหารยังคงมีอยู่ โดยร้อยละ 25 ของผู้ให้ข้อมูลหลักรายงานว่าในช่วง 1 เดือน ที่่ผ่านมาได้มีการรับทราบเกี่่ยวกับครอบครัว ในกลุ่มของผู้รับผลประโยชน์ที่่ผู้ให้ข้อมููลหลักทำงานด้วยนั้้นไม่มีอาหารรับประทานเนื่่องจากผลกระทบจากโรคโควิด-19
  • อย่างไรก็ตามร้อยละของผู้ให้ข้อมูลหลักที่รายงานว่ากลุ่มของผู้รับผลประโยชน์ที่ผู้ให้ข้อมููลหลักทำงานด้วยนั้นรายงานว่า การรับทราบเกี่่ยวกับความกังวลในเรื่่องของการไม่มีอาหารรับประทานลดลงจากร้อยละ 80 ในการประเมินสถานการณ์แบบเร่งด่วนครั้งที่ 2 เป็นร้อยละ 69 ในครั้งที่ 3
  • ข้อท้าทายหลักที่เด็กที่ไม่มีสัญชาติไทยต้องเผชิญยังคงเป็นในเรื่องของการขาดช่อทางในการเข้าถึงการศึกษา อย่างไรก็ตามในการประเมินสถานการณ์แบบเร่งด่วนในครั้งนี้มีเพียงแค่ร้อยละ 5 ของผู้ให้ข้อมูลหลักระบุว่าความกังวลหลักของเด็กคือ การได้รับประทานอาหารที่ไม่เพียงพอ เมื่อเปรียบเทียบกับ ร้อยละ 19 จากการเก็บข้อมูลในรอบที่ 2
  • 2 ใน 3 ของผู้ให้ข้อมูลหลักระบุว่ากลุ่มประชากรที่ไม่มีสัญชาติไทยส่วนใหญ่ในชุมชนที่ผู้ให้ข้อมูลหลักทำงานด้วยนั้นประสบปัญหารายรายวันลดลง เนื่องจากสถานการณ์โรคโควิด-19  ร้อยละ 55 ของผู้ให้ข้อมูลหลักระบุว่า กลุ่มประชากรที่ไม่มีสัญชาติไทยส่วนมากยังมีงานทำแต่ได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างลดลง และ ร้อยละ 32 ของผู้ให้ข้อมูลหลักรายงานว่า บุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทยส่วนมากตกงานและประสบปัญหาทางการเงิน
  • โดยรวมแล้วร้อยละ 96 ของผู้ให้ข้อมูลหลัก รายงานว่ากลุ่มประชากรที่ไม่มีสัญชาติไทยมีความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคโควิด-19 เมื่อเปรียบเทียบกับการประเมินสถานการณ์ในรอบที่ 2 นั้น ผู้ให้ข้อมูลหลักรายงานว่าการเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับโรคโควิด-19 จากแหล่งข้อมูลต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ร้อยละ 99 ของผู้ให้ข้อมูลหลักระบุว่าในชุมชนที่ตนทำงานด้วยนั้นได้รับเอกสารข้อมูล สื่อการเรียนรู้ และสื่อประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับโรคโควิด-19
  • อย่างไรก็ตาม มากกว่า 1 ใน 3 ของผู้ให้ข้อมูลหลักระบุว่า ชุมชนที่ตนทำงานด้วยไม่เข้าใจข้อมูลที่ได้รับเกี่ยวกับโรคโควิด-19หรือเข้าใจแค่บางส่วน เนื่องจากกลุ่มประชากรที่ไม่มีสัญชาติไทยไม่สามารถอ่านออกเขียนได้หรือข้อมูลที่ได้รับเป็นภาษาที่กลุ่มบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไม่เข้าใจ
  • ร้อยละ 45 ของผู้ให้ข้อมูลหลัก รายงานว่ากลุ่มประชากรที่ไม่มีสัญชาติไทยยังมีความเชื่อหรือความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโควิด-19 โดยเฉพาะในเรื่องของการใช้ยาสมุนไพรในการรักษา