การประเมินสถานการณ์แบบเร่งด่วน: สภาวะความเปราะบางและความเข้าใจ ต่อสถานการณ์โรคโควิด – 19 ของกลุ่มผู้ย้ายถิ่นชาวเมียนมาใน อำเภอเมืองระนอง

Year of Publication: 
2020

ผลการสำรวจแสดงให้เห็นว่าในภาพรวมร้อยละ 28 ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดตกงาน และไม่สามารถหางานทำได้ ในระหว่างการระบาดของโรคโควิด-19 ร้อยละ 35 ของผู้ที่มีงานทำระหว่างเข้าร่วมการสัมภาษณ์ระบุว่ามีชั่วโมงการทำงานลดลงหลังจากเกิดการระบาดของโรคโควิด-19 ร้อยละ 41 ได้รับค่าจ้างน้อยลงตั้งแต่ก่อนเกิดการระบาดของโรคโควิด-19 โดยที่ร้อยละ 54 ของผู้สัมภาษณ์ที่มีงานทำได้รับค่าจ้างมากกว่าหรือเท่ากับ 315 บาท ซึ่งเป็นค่าจ้างขั้นต่ำของจังหวัดระนอง เมื่อสอบถามผู้เข้าร่วมสัมภาษณ์เกี่ยวกับปัญหาในสถานที่ทำงาน ร้อยละ 16 ของกลุ่มประชากรตัวอย่างระบุว่าเคยประสบปัญหา ซึ่งพบว่าปัญหาในสถานที่ทำงานมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นเป็น 2 เท่า หลังจากการระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งปัญหาที่รายงานบ่อยที่สุด คือ การได้รับค่าจ้างไม่สม่ำเสมอ ได้รับค่าจ้างต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ และค่าจ้างถูกค้างจ่าย เมื่อเกิดปัญหาในที่สถานที่ทำงาน ร้อยละ 20 ของผู้ย้ายถิ่น ทราบว่า มีกลไกให้ความช่วยเหลือเมื่อประสบปัญหาในสถานที่ทำงาน และมีเพียงร้อยละ 12 ของผู้เข้าร่วมสัมภาษณ์เท่านั้นที่ขอความช่วยเหลือเมื่อประสบปัญหาในสถานที่ทำงาน เหตุผลหลักที่ผู้เข้าร่วมสัมภาษณ์ไม่ขอความช่วยเหลือเมื่อประสบปัญหา เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจจะเกิดในภายหลัง ไม่ทราบว่าจะขอความช่วยเหลือจากใครได้ และกลัวตกงาน ในขณะที่ผู้ตอบแบบสอบถามเกือบทั้งหมดรายงานว่า สามารถเข้าถึงแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคในชีวิตประจำวัน สบู่ และหน้ากากผ้า หรือหน้ากากอนามัย ร้อยละ 60 ของกลุ่มผู้ย้ายถิ่นระบุว่าไม่ได้รับแจกเอกสารที่สื่อสารข้อมูลความรู้เกี่ยวกับโรคโควิด-19 ในพื้นที่ที่อาศัย