Global Compact on Migration (GCM)

(ภาษาไทย กรุณาอ่านด้านล่าง)

Introduction

In September 2016 Heads of State and Government came together to discuss, at the global level within the UN General Assembly, issues related to migration and refugees. This sent an important political message that migration and refugee matters have become major issues in the international agenda. In adopting the New York Declaration for Refugees and Migrants, the 193 UN Member States recognized the need for a comprehensive approach to human mobility and enhanced cooperation at the global level and committed to:

  • protect the safety, dignity and human rights and fundamental freedoms of all migrants, regardless of their migratory status, and at all times;
  • support countries rescuing, receiving and hosting large numbers of refugees and migrants;
  • integrate migrants – addressing their needs and capacities as well as those of receiving communities – in humanitarian and development assistance frameworks and planning;
  • combat xenophobia, racism and discrimination towards all migrants;
  • develop, through a state-led process, non-binding principles and voluntary guidelines on the treatment of migrants in vulnerable situations; and
  • strengthen global governance of migration, including by bringing IOM into the UN family and through the development of a global compact for safe, orderly and regular migration.

Annex II of the New York Declaration set in motion a process of intergovernmental consultations and negotiations culminating in the planned adoption of the Global Compact on Migration (GCM) at an intergovernmental conference on international migration in 2018.

 

Aims

The global compact is framed consistent with target 10.7 of the 2030 Agenda for Sustainable Development in which member States committed to cooperate internationally to facilitate safe, orderly and regular migration and its scope is defined in Annex II of the New York Declaration. It is intended to:

  • address all aspects of international migration, including the humanitarian, developmental, human rights-related and other aspects;
  • make an important contribution to global governance and enhance coordination on international migration;
  • present a framework for comprehensive international cooperation on migrants and human mobility;
  • set out a range of actionable commitments, means of implementation and a framework for follow-up and review among Member States regarding international migration in all its dimensions;
  • be guided by the 2030 Agenda for Sustainable Development and the Addis Ababa Action Agenda; and
  • be informed by the Declaration of the 2013 High-Level Dialogue on International Migration and Development.

 

Development of the GCM in Thailand

Thailand stands at the centre of the Greater Mekong Sub-region, a dynamic region characterized by significant cross-border movements of populations. As an upper-middle income economy with low unemployment, Thailand is an attractive destination for migrants from neighbouring countries, and cross-border movements of populations principally encompass migrants entering from Cambodia, Lao PDR, Myanmar, and Vietnam (CLMV). Thailand therefore faces the diverse migration challenges and opportunities highlighted by the New York Declaration.

The GCM is a Member State-led effort, for which three stakeholder workshops will be held in Thailand to prepare the inputs and contributions of the Royal Thai Government to inform the Regional Preparatory Meeting. As National Chair, the Ministry of Foreign Affairs will organize three stakeholder workshops in Thailand, in Tak, Ranong, and Bangkok, each focusing upon key thematic areas, as follows:

Tak: Enhancing cross-border cooperation and governance of migration in all its dimension to combat smuggling and trafficking of migrants.

Ranong: Promoting human rights of migrants through safe migration, including health and education services.

Bangkok: Recognizing contribution of all migrants to host communities to all dimension of sustainable development.

The stakeholder workshops will ensure an open, transparent and inclusive process of consultations and the effective participation of all relevant stakeholders. The consultations will therefore constitute an important platform through which to promote policy dialogue, cooperation and partnership on migration issues amongst various stakeholders.

The outcomes of the consultations will be consolidated into an outcome document to inform the Regional Preparatory Meeting for Asia and the Pacific to be held in Bangkok in November 2017 as well as global preparatory meetings.

 

เกริ่นนำ

เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๕๙ ผู้นำรัฐบาลและผู้นำระดับสูงสุดของหลายประเทศในกรอบสหประชาชาติได้เดินทางไปนครนิวยอร์ก เพื่อหารือในเวทีระดับโลกเกี่ยวกับประเด็นปัญหาเรื่องผู้ย้ายถิ่นและผู้ลี้ภัย ซึ่งการประชุมดังกล่าว ได้ส่งสัญญาณสำคัญทางการเมืองว่า ประเด็นการโยกย้ายถิ่นฐานและประเด็น ผู้ลี้ภัยเป็นวาระที่มีความสำคัญทางการเมืองระหว่างประเทศ ในการนี้ การรับรองปฏิญญานิวยอร์กว่าด้วย ผู้ลี้ภัยและผู้ย้ายถิ่นฐาน ยังเป็นการสะท้อนว่า ประเทศสมาชิกสหประชาชาติ จำนวน ๑๙๓ ประเทศตระหนักถึงความจำเป็นของแนวทางที่ครอบคลุม ซึ่งเอื้อต่อการบริหารจัดการการโยกย้ายถิ่นฐานของมนุษย์ และความจำเป็นของการพัฒนาความร่วมมือด้านการโยกย้ายถิ่นฐานในเวทีระหว่างประเทศ ตลอดจนได้แสดงเจตนารมณ์ที่จะ

  • ให้การคุ้มครองความปลอดภัย ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิมนุษยชน และเสรีภาพขั้นพื้นฐานของผู้โยกย้ายถิ่นฐาน โดยไม่คำนึงถึงสถานะของผู้โยกย้ายถิ่นฐานตลอดเวลา
  • สนับสนุนประเทศที่ให้ความช่วยเหลือและให้ที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัยและผู้ย้ายถิ่นฐานจำนวนมาก
  • บูรณาการความต้องการของผู้โยกย้ายถิ่นฐาน โดยให้ความสำคัญกับความต้องการและความสามารถของผู้ย้ายถิ่นฐานและชุมชนที่ให้ที่พักพิง ในการพัฒนากรอบการทำงานและการวางแผนสำหรับการให้ความช่วยเหลือเชิงมนุษยธรรมและการช่วยเหลือ เพื่อการพัฒนา แก่ผู้โยกย้ายถิ่นฐาน
  • รับมือและต่อต้านภาวะการหวาดกลัวคนต่างชาติ การเหยียดเชื้อชาติ และการเลือกปฏิบัติต่อ ผู้โยกย้ายถิ่นฐาน
  • พัฒนาโดยผ่านกลไกที่รัฐมีบทบาทนำ หลักปฏิบัติที่ไม่ผูกมัดและแนวทางตามความสมัครใจ เกี่ยวกับการปฏิบัติต่อผู้โยกย้ายถิ่นฐานที่อยู่ในสภาวะเปราะบาง และ
  • เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับการบริหารจัดการการโยกย้ายถิ่นฐานระดับโลก โดยนำองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบสหประชาชาติ และการพัฒนาข้อตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการโยกย้ายถิ่นฐานที่ปลอดภัย เป็นระเบียบ และปกติ

ภาคผนวกที่ ๒ ของปฏิญญานิวยอร์กได้ก่อให้เกิดกระบวนการหารือและการเจรจาระหว่างรัฐบาล อันจะนำไปสู่การรับรองข้อตกลงระหว่างประเทศฯ ในการประชุมระดับนานาชาติว่าด้วยการโยกย้ายถิ่นฐานระหว่างประเทศในปี ๒๕๖๑

 

ป้าหมายของข้อตกลงระหว่างประเทศว่าการโยกย้ายถิ่นฐานฯ

ข้อตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการโยกย้ายถิ่นฐานฯ ได้ถูกกำหนดกรอบให้สอดคล้องกับเป้าหมาย ๑๐.๗ ของวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ปี ค.ศ. ๒๐๓๐ ซึ่งประเทศสมาชิกได้แสดงเจตนารมณ์ร่วมกันว่า จะร่วมมือกันในระดับระหว่างประเทศ เพื่อส่งเสริมการโยกย้ายถิ่นฐานที่ปลอดภัย เป็นระเบียบ และปกติ ในการนี้ขอบเขตของข้อตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการโยกย้ายถิ่นฐานฯ ถูกระบุไว้ใน ภาคผนวกที่ ๒ ของปฏิญญานิวยอร์ก ซึ่งขอบเขตดังกล่าว มีจุดประสงค์ เพื่อ

  • ระบุสาระของทุกมิติองการโยกย้ายถิ่นฐานระหว่างประเทศ ทั้งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ด้านการพัฒนา ด้านที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน ตลอดจนแง่มุมอื่นๆ
  • สร้างคุณูปการแก่การบริหารจัดการการโยกย้ายถิ่นฐานระดับโลก และส่งเสริมการประสานงาน ในประเด็นการโยกย้ายถิ่นฐานระหว่างประเทศ
  • นำเสนอกรอบความร่วมมือที่ครอบคลุมสำหรับความร่วมมือระหว่างประเทศในประเด็นการโยกย้ายถิ่นฐานและผู้โยกย้ายถิ่นฐาน
  • ระบุคำมั่นที่สามารถปฏิบัติได้จริง วิธีการดำเนินการ และกรอบติดตามผล รวมถึงการทบทวน สิ่งที่ได้ดำเนินการในประเด็นการโยกย้ายถิ่นฐานระหว่างประเทศในทุกมิติของประเทศสมาชิก
  • ให้การดำเนินการที่เกี่ยวข้องได้รับการชี้นำจากวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ปี ค.ศ. ๒๐๓๐ และวาระแผนปฏิบัติการแอดดิสอาบาบา ตลอดจน
  • รับเอารายละเอียดที่เกี่ยวข้องของแถลงการณ์ของการเสวนาระดับสูงว่าด้วยการโยกย้ายถิ่นฐานและการพัฒนาระหว่างประเทศไปประกอบการพิจารณาจัดทำข้อตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการโยกย้ายถิ่นฐานฯ

 

พัฒนาการเกี่ยวกับข้อตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการโยกย้ายถิ่นฐานฯ ของไทย

ประเทศไทยตั้งอยู่ในตำแหน่งศูนย์กลางอนุภูมิภาคแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีพลวัตและมีลักษณะเด่นกล่าวคือ การข้ามพรหมแดนของประชากรจำนวนมาก การที่ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางระดับสูงและมีการอัตราการว่างงานต่ำ ทำให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่ดึงดูดผู้โยกย้ายถิ่นฐานจากประเทศเพื่อนบ้าน และการเดินทางข้ามแดน โดยเฉพาะผู้โยกย้ายถิ่นฐานจากกัมพูชา สปป. ลาว เมียนมา และเวียดนาม ดังนั้น ไทยจึงเผชิญหน้ากับความท้าทายและโอกาสของการโยกย้ายถิ่นฐานที่หลากหลาย ซึ่งถูกกล่าวถึงในปฏิญญานิวยอร์ก

กระบวนการจัดทำข้อตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการโยกย้ายถิ่นฐานฯ เป็นกระบวนการที่รัฐมีบทบาทนำและเพื่อเตรียมการสำหรับกระบวนการข้างต้น จะมีกำหนดจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการระหว่างผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ๓ ครั้งในประเทศไทย เพื่อนำผลที่ได้จากการประชุม เสนอต่อรัฐบาลไทย เพื่อนำไปประกอบการการจัดทำท่าที และการนำเสนอท่าทีของไทยในการประชุมเตรียมความพร้อมระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ในการนี้ กระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะประธานคณะทำงานระดับประเทศเกี่ยวกับการจัดทำข้อตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการโยกย้ายถิ่นฐานฯ มีกำหนดจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการระหว่างผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ใน ๓ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดตาก จังหวัดระนอง และ กรุงเทพมหานคร ซึ่งในแต่ละครั้งจะให้ความสำคัญในประเด็นที่แตกต่างกัน ดังนี้

จังหวัดตาก : การพัฒนาความร่วมมือและการบริหารจัดการการโยกย้ายถิ่นฐานระหว่างประเทศ เพื่อการต่อต้านการลักลอบขนคนและการค้ามนุษย์

จังหวัดระนอง : ส่งเสริมสิทธิมนุษยชนของผู้โยกย้ายถิ่นฐาน ผ่านการโยกย้ายถิ่นฐานที่ปลอดภัย รวมถึงการเข้าถึงบริการสุขภาพและการศึกษา

กรุงเทพมหานคร : การตระหนักถึงคุณูปการของผู้โยกย้ายถิ่นฐานในทุกมิติของการพัฒนาที่ยั่งยืนที่มีต่อประเทศที่ให้การพักพิง

การประชุมเชิงปฏิบัติการระหว่างผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะช่วยทำให้มั่นใจว่า กระบวนการหารือของการจัดทำข้อตกลงระหว่างประเทศว่าดว้ยการโยกย้ายถิ่นฐานฯ เป็นกระบวนการที่เปิดกว้าง โปร่งใส และเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การประชุมเชิงปฏิบัติการฯ จึงเป็นเวทีสำคัญสำหรับการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงนโยบาย ความร่วมมือ และการเป็นหุ้นส่วน ในประเด็นการโยกย้ายถิ่นฐานระหว่างผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

ผลการหารือของการประชุมฯ จะถูกนำไปรวบรวมเป็นเอกสารสรุปรายงานต่อรัฐบาลไทยเพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการประชุมเตรียมความพร้อมระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นที่ กทม. ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๐ ตลอดจนการประชุมเตรียมความพร้อมระหว่างประเทศอื่นๆ